กรมพัฒนาธุรกิจฯ ตรวจ 3 จุดในกรุงเทพฯ พบ 35 นิติบุคคลเข้าข่ายเสี่ยงนอมินี

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าร่วมกับ 9 หน่วยงานตรวจค้น 3 จุดในกรุงเทพฯ ขยายผลคดีธุรกิจที่อาจประกอบแทนคนต่างด้าว พบพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับนิติบุคคลต่างด้าว 2 ราย และกลุ่มเสี่ยงนอมินี 33 ราย พร้อมเรียกกรรมการและผู้ถือหุ้นชี้แจง
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าร่วมกับ 9 หน่วยงานภาครัฐลงพื้นที่ตรวจค้น 3 จุดในกรุงเทพฯ ตามปฏิบัติการ ‘ยุทธรัฐ’ เพื่อขยายผลตรวจสอบธุรกิจที่อาจประกอบแทนคนต่างด้าว โดยกรมฯ ระบุว่าพบพฤติการณ์เข้าข่ายอำพรางแหล่งเงินทุนและกลุ่มเสี่ยงนอมินี พร้อมตรวจสอบเชิงลึกเรื่องโครงสร้างผู้ถือหุ้น แหล่งเงินทุน และความเชื่อมโยงของผู้เกี่ยวข้อง
การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นความร่วมมือของกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมสรรพากร กรมการปกครอง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบัญชาการตำรวจสันติบาล กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กรมการจัดหางาน กรมที่ดิน และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยเป็นการขยายผลกรณีกลุ่มบุคคลต่างด้าวที่ได้รับการแปลงสัญชาติจากอิสราเอลเป็นสัญชาติไทย ซึ่งอาจกระทบความมั่นคงด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงหลีกเลี่ยงภาษีอากร
ผลตรวจค้น 3 จุด
จุดแรก มูลนิธิชาบาดกรุงเทพ เขตพระนคร พบคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา 3 รายทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และพบคนต่างด้าวเข้าเมืองและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต มีการดำเนินคดีนายจ้าง 1 รายในข้อหารับคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต
จุดที่สอง บริษัท กาน ชาบาด จำกัด เขตบางรัก พบเอกสารเกี่ยวกับการจดทะเบียนมูลนิธิและสมาคม การรับบริจาค สมาชิก การซื้อขายที่ดิน การก่อสร้าง การเสียภาษี และการดำเนินกิจการของชาบาดเฮ้าส์ รวมถึงเอกสารของนิติบุคคลกว่า 61 บริษัทที่จดทะเบียนสำนักงานอยู่แห่งเดียวกัน เบื้องต้นพบว่าบุคคลกลุ่มเดียวกันมีชื่อเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นในหลายแห่ง โดยในกลุ่มดังกล่าวมีบุคคลที่ได้รับสัญชาติไทยจากการแปลงสัญชาติ
จุดที่สาม ยิวสมาคมแห่งประเทศไทย เขตคลองเตย พบคนต่างด้าวสัญชาติลาว 2 รายทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และดำเนินคดีนายจ้าง 1 รายในข้อหารับคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต
พบนิติบุคคลเข้าข่าย 2 กลุ่ม
กรมฯ ระบุว่าพบพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าว หรืออำพรางแหล่งเงินทุน โดยกลุ่มแรกเป็นนิติบุคคลต่างด้าว 2 ราย รายหนึ่งมีผู้ถือหุ้นต่างด้าว 51% และไทย 49% ประกอบธุรกิจซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ส่วนอีกรายมีผู้ถือหุ้นต่างด้าว 99.99% และไทย 0.01% ประกอบธุรกิจจัดทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตามวัตถุประสงค์ของผู้ใช้ กรมฯ ตรวจสอบระบบ e-Foreign Business แล้วไม่พบว่าทั้งสองรายได้รับหนังสือรับรองหรือใบอนุญาตประกอบธุรกิจ
อีกกลุ่มเป็นนิติบุคคลที่มีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้นไม่ถึง 50% ซึ่งกรมฯ ระบุว่าเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงนอมินี 33 ราย ประกอบธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ บริการให้คำแนะนำและปรึกษาการลงทุน และธุรกิจนำเที่ยว โดยธุรกิจดังกล่าวต้องได้รับอนุญาตก่อนประกอบกิจการ
ขณะนี้กรมฯ ออกหนังสือเรียกกรรมการและผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลทั้งสองกลุ่มให้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจและการลงทุน นอกจากนี้ การตรวจสอบเชิงลึกยังพบความเชื่อมโยงของผู้ถือหุ้นคนไทยกับนิติบุคคลและเครือข่าย รวมถึงผู้ทำบัญชีและกรรมการหรือผู้ถือหุ้นของสำนักงานรับทำบัญชีบางรายที่มีชื่อถือหุ้นในบริษัทกลุ่มเป้าหมายหลายแห่ง หากพบการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 กรมฯ ระบุว่าจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คณะผู้บริหารธนาคารกรุงเทพร่วมวางพวงมาลาเนื่องในวันนวมินทรมหาราช 2569


