ส.อ.ท. เสนอสินเชื่อหลักหมื่นล้านฟื้นโรงงานน้ำท่วม พร้อมเร่งปลดล็อกกฎอุตสาหกรรม

ส.อ.ท. หารือกระทรวงอุตสาหกรรม เสนอพิจารณาสินเชื่อวงเงินหลักหมื่นล้านบาทช่วยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมเสนอแนวทางฟื้นตลาดรถยนต์ ปรับกฎจัดการกากอุตสาหกรรม และแก้ข้อจำกัดภาคการผลิต
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) หารือกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อเร่งช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยเสนอประสานพิจารณาสินเชื่อวงเงินหลักหมื่นล้านบาทเพื่อเสริมสภาพคล่องและคืนกำลังการผลิต พร้อมผลักดันมาตรการฟื้นฟูอุตสาหกรรมยานยนต์และปรับปรุงกฎระเบียบด้านกากอุตสาหกรรม
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธาน ส.อ.ท. พร้อมคณะผู้บริหาร หารือกับนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและคณะ ณ ส.อ.ท. ภายใต้กลไก MIND x FTI ครั้งที่ 2/2569 ต่อเนื่องจากการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ทั้งสองหน่วยงานกำหนดประชุมร่วมกันทุก 2 เดือน โดยสลับกันเป็นเจ้าภาพ เพื่อติดตามปัญหาและผลักดันการแก้ไขอุปสรรคของภาคอุตสาหกรรม
เร่งฟื้นโรงงานและห่วงโซ่อุปทาน
ส.อ.ท. ระบุว่า อุทกภัยปี 2569 โดยเฉพาะในภาคกลางและภาคตะวันออก ซึ่งเป็นฐานการผลิตและศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานสำคัญ เบื้องต้นส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการประมาณ 2,000 รายใน 14 จังหวัด ทั้งจากความเสียหายต่อสถานประกอบการ เครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงข้อจำกัดด้านการเดินทางและขนส่ง ทำให้การผลิตและส่งมอบสินค้าหยุดชะงัก
ผลกระทบยังเชื่อมโยงไปยังผู้ประกอบการนอกพื้นที่ประสบภัยในหลายอุตสาหกรรม เช่น อาหารและเกษตรแปรรูป วัสดุก่อสร้าง สุขภาพและความงาม พลาสติก ยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ ส.อ.ท. ประเมินว่าหากภาคอุตสาหกรรมกลับมาดำเนินงานตามปกติไม่ได้ อาจสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจมากกว่า 100,000 ล้านบาท ขณะที่ SMEs เผชิญแรงกดดันด้านสภาพคล่อง ค่าใช้จ่ายฟื้นฟูกิจการ และความเสี่ยงต่อการรักษาคำสั่งซื้อและการจ้างงาน
ส.อ.ท. จัดตั้ง War Room ภายใต้กรอบ “Response–Rescue–Recovery” เพื่อรับแจ้งเหตุ ประสานความช่วยเหลือ สำรวจความเสียหาย และผลักดันมาตรการด้านภาษีและสินเชื่อสำหรับฟื้นฟูกิจการ รวมถึงประสานจัดหาพื้นที่รองรับขยะจากอุทกภัย และเตรียมพื้นที่อุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยง เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดซ้ำ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมสนับสนุนการเตรียมพร้อมก่อนเกิดภัย การช่วยเหลือระหว่างเกิดเหตุ และการฟื้นฟูหลังสถานการณ์คลี่คลาย โดยเน้นระบบพยากรณ์และแจ้งเตือนล่วงหน้า การจัดการขยะจากอุทกภัย และการเตรียมนิคมอุตสาหกรรมให้เหมาะกับความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่
พิจารณาสินเชื่อช่วย SMEs
ส.อ.ท. หารือให้เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณามาตรการสินเชื่อวงเงินหลักหมื่นล้านบาท สำหรับเป็นเงินทุนหมุนเวียน ซ่อมแซมเครื่องจักร ฟื้นฟูสถานประกอบการ รักษาการจ้างงาน และเร่งให้ภาคอุตสาหกรรมกลับมาผลิตได้โดยเร็ว โดยระบุว่าวงเงินและเงื่อนไขสินเชื่อขึ้นอยู่กับการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ส.อ.ท. ระบุว่า SMEs ซึ่งมีเงินทุนสำรองจำกัดต้องรับภาระต้นทุนจากความเสียหายต่อเครื่องจักรและสถานประกอบการ พร้อมข้อจำกัดด้านการผลิตและขนส่ง จึงจำเป็นต้องมีมาตรการทางการเงินที่เข้าถึงง่าย ทันต่อสถานการณ์ และสอดคล้องกับความเสียหายจริง นอกจากนี้ ส.อ.ท. ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) เพื่อเพิ่มโอกาสให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนและบริการสนับสนุนทางธุรกิจ รวมถึงยกระดับศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
เสนอแนวทางฟื้นตลาดรถยนต์
อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและการหยุดชะงักของระบบขนส่ง อีกทั้งเผชิญเศรษฐกิจชะลอตัวและตลาดรถยนต์ในประเทศซบเซา โดยเฉพาะรถกระบะ ซึ่งเป็น Product Champion และฐานการผลิตสำคัญของไทย มีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศสูงกว่า 90% และเชื่อมโยงกับผู้ผลิตชิ้นส่วนและ SMEs จำนวนมาก
ส.อ.ท. ระบุถึงประเด็นการจำหน่ายและความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยเห็นว่าหากไม่มีมาตรการรองรับที่เหมาะสม อาจกระทบความต่อเนื่องของฐานการผลิต การตัดสินใจลงทุน และความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยระยะยาว จึงเสนอให้ภาครัฐกำหนดแนวทางสนับสนุนเพื่อกระตุ้นตลาดในประเทศและสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน
ข้อเสนอประกอบด้วยโครงการ Trade-in รถเก่าแลกรถใหม่ โดยเฉพาะรถกระบะ ควบคู่มาตรการสินเชื่อ การผ่อนปรนหลักเกณฑ์ และกลไกค้ำประกันสินเชื่อ รวมถึงทบทวนโครงสร้างภาษีสรรพสามิตเพื่อสร้างความเป็นธรรมระหว่างรถยนต์ที่ผลิตในประเทศกับรถยนต์นำเข้า ส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทย และพิจารณาการบังคับใช้มาตรฐาน Euro 6 ให้สอดคล้องกับภาวะตลาดและความพร้อมของผู้ประกอบการ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับนักลงทุนญี่ปุ่น ซึ่งมีบทบาทต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมาอย่างยาวนาน และยืนยันความมุ่งมั่นในการดูแลและสนับสนุนผู้ประกอบการญี่ปุ่นให้ดำเนินธุรกิจและลงทุนในไทยได้ต่อเนื่อง พร้อมประสาน ส.อ.ท. ผลักดันแนวทางเกี่ยวกับมาตรฐาน Euro 6 โครงสร้างภาษีสรรพสามิต และหลักเกณฑ์ Local Content ให้เหมาะกับสถานการณ์และทิศทางการลงทุน
เสนอปรับกฎจัดการกากอุตสาหกรรม
ส.อ.ท. เสนอข้อคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติกากอุตสาหกรรม 11 ประเด็น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกฎระเบียบ ลดภาระและความซ้ำซ้อน และยกระดับการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจ โดยเสนอพัฒนาระบบอนุญาตดิจิทัล (e-License) ผลักดันแนวทาง End of Waste เพื่อส่งเสริมการนำของเสียกลับมาเป็นวัตถุดิบทุติยภูมิ และสนับสนุนพื้นที่นำร่อง Sandbox มาบตาพุด เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยกับการใช้ประโยชน์จริงในภาคอุตสาหกรรม
รัฐมนตรีฯ เสนอให้ยกระดับระบบกำกับดูแลและกำหนดบทลงโทษให้เหมาะสม เพื่อป้องปรามการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม พร้อมหารือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) เรื่องการติดตามเส้นทางการเงินและการยึดหรืออายัดทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังสนับสนุนระบบอนุญาตดิจิทัลและการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ เช่น การใช้หินฝุ่นทดแทนทรายธรรมชาติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน
หารือประเด็นอุตสาหกรรมอื่น
ที่ประชุมหารือแนวทางขับเคลื่อนและแก้ข้อจำกัดในอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร การผลักดันโครงการ Buy Thai การพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมฮาลาลไทย การยกระดับการกำกับดูแลและขยายผล Made in Thailand (MiT) การเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทย ตลอดจนการปรับปรุงกฎหมายแร่และกระบวนการอนุญาต
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานและติดตามข้อเสนอร่วมกับ ส.อ.ท. ต่อเนื่อง พร้อมเปิดรับข้อสะท้อนจากภาคอุตสาหกรรมเกี่ยวกับปัญหากฎหมาย มาตรการส่งเสริม และกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อธุรกิจ เพื่อผลักดันการแก้ไขและพัฒนามาตรการสนับสนุนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คณะผู้บริหารธนาคารกรุงเทพร่วมวางพวงมาลาเนื่องในวันนวมินทรมหาราช 2569


