วันอังคารที่ 13 ตุลาคม 2569
TheBiz
E-Newsletter
ข่าวด่วน
วานนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,582.22 จุด เพิ่มขึ้น5.77 จุด หรือ 0.37% มูลค่าการซื้อขาย 67,389.14 ล้านบาท สรุปสถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 1,261.20 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 401.17 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 2,491.60 ล้านบาท นักลงทุนทั่วไปในประเทศซื้อสุทธิ 829.24 ล้านบาท
เศรษฐกิจการเงิน

ส.อ.ท. เสนอสินเชื่อหลักหมื่นล้านฟื้นโรงงานน้ำท่วม พร้อมเร่งปลดล็อกกฎอุตสาหกรรม

โดย TheBizinside Newsroom10 ต.ค. 256914 ผู้อ่าน
ส.อ.ท. เสนอสินเชื่อหลักหมื่นล้านฟื้นโรงงานน้ำท่วม พร้อมเร่งปลดล็อกกฎอุตสาหกรรม

ส.อ.ท. หารือกระทรวงอุตสาหกรรม เสนอพิจารณาสินเชื่อวงเงินหลักหมื่นล้านบาทช่วยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมเสนอแนวทางฟื้นตลาดรถยนต์ ปรับกฎจัดการกากอุตสาหกรรม และแก้ข้อจำกัดภาคการผลิต

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) หารือกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อเร่งช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยเสนอประสานพิจารณาสินเชื่อวงเงินหลักหมื่นล้านบาทเพื่อเสริมสภาพคล่องและคืนกำลังการผลิต พร้อมผลักดันมาตรการฟื้นฟูอุตสาหกรรมยานยนต์และปรับปรุงกฎระเบียบด้านกากอุตสาหกรรม

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธาน ส.อ.ท. พร้อมคณะผู้บริหาร หารือกับนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและคณะ ณ ส.อ.ท. ภายใต้กลไก MIND x FTI ครั้งที่ 2/2569 ต่อเนื่องจากการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ทั้งสองหน่วยงานกำหนดประชุมร่วมกันทุก 2 เดือน โดยสลับกันเป็นเจ้าภาพ เพื่อติดตามปัญหาและผลักดันการแก้ไขอุปสรรคของภาคอุตสาหกรรม

เร่งฟื้นโรงงานและห่วงโซ่อุปทาน

ส.อ.ท. ระบุว่า อุทกภัยปี 2569 โดยเฉพาะในภาคกลางและภาคตะวันออก ซึ่งเป็นฐานการผลิตและศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานสำคัญ เบื้องต้นส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการประมาณ 2,000 รายใน 14 จังหวัด ทั้งจากความเสียหายต่อสถานประกอบการ เครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงข้อจำกัดด้านการเดินทางและขนส่ง ทำให้การผลิตและส่งมอบสินค้าหยุดชะงัก

ผลกระทบยังเชื่อมโยงไปยังผู้ประกอบการนอกพื้นที่ประสบภัยในหลายอุตสาหกรรม เช่น อาหารและเกษตรแปรรูป วัสดุก่อสร้าง สุขภาพและความงาม พลาสติก ยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ ส.อ.ท. ประเมินว่าหากภาคอุตสาหกรรมกลับมาดำเนินงานตามปกติไม่ได้ อาจสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจมากกว่า 100,000 ล้านบาท ขณะที่ SMEs เผชิญแรงกดดันด้านสภาพคล่อง ค่าใช้จ่ายฟื้นฟูกิจการ และความเสี่ยงต่อการรักษาคำสั่งซื้อและการจ้างงาน

ส.อ.ท. จัดตั้ง War Room ภายใต้กรอบ “Response–Rescue–Recovery” เพื่อรับแจ้งเหตุ ประสานความช่วยเหลือ สำรวจความเสียหาย และผลักดันมาตรการด้านภาษีและสินเชื่อสำหรับฟื้นฟูกิจการ รวมถึงประสานจัดหาพื้นที่รองรับขยะจากอุทกภัย และเตรียมพื้นที่อุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยง เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดซ้ำ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมสนับสนุนการเตรียมพร้อมก่อนเกิดภัย การช่วยเหลือระหว่างเกิดเหตุ และการฟื้นฟูหลังสถานการณ์คลี่คลาย โดยเน้นระบบพยากรณ์และแจ้งเตือนล่วงหน้า การจัดการขยะจากอุทกภัย และการเตรียมนิคมอุตสาหกรรมให้เหมาะกับความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่

พิจารณาสินเชื่อช่วย SMEs

ส.อ.ท. หารือให้เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณามาตรการสินเชื่อวงเงินหลักหมื่นล้านบาท สำหรับเป็นเงินทุนหมุนเวียน ซ่อมแซมเครื่องจักร ฟื้นฟูสถานประกอบการ รักษาการจ้างงาน และเร่งให้ภาคอุตสาหกรรมกลับมาผลิตได้โดยเร็ว โดยระบุว่าวงเงินและเงื่อนไขสินเชื่อขึ้นอยู่กับการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ส.อ.ท. ระบุว่า SMEs ซึ่งมีเงินทุนสำรองจำกัดต้องรับภาระต้นทุนจากความเสียหายต่อเครื่องจักรและสถานประกอบการ พร้อมข้อจำกัดด้านการผลิตและขนส่ง จึงจำเป็นต้องมีมาตรการทางการเงินที่เข้าถึงง่าย ทันต่อสถานการณ์ และสอดคล้องกับความเสียหายจริง นอกจากนี้ ส.อ.ท. ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) เพื่อเพิ่มโอกาสให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนและบริการสนับสนุนทางธุรกิจ รวมถึงยกระดับศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันระยะยาว

เสนอแนวทางฟื้นตลาดรถยนต์

อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและการหยุดชะงักของระบบขนส่ง อีกทั้งเผชิญเศรษฐกิจชะลอตัวและตลาดรถยนต์ในประเทศซบเซา โดยเฉพาะรถกระบะ ซึ่งเป็น Product Champion และฐานการผลิตสำคัญของไทย มีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศสูงกว่า 90% และเชื่อมโยงกับผู้ผลิตชิ้นส่วนและ SMEs จำนวนมาก

ส.อ.ท. ระบุถึงประเด็นการจำหน่ายและความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยเห็นว่าหากไม่มีมาตรการรองรับที่เหมาะสม อาจกระทบความต่อเนื่องของฐานการผลิต การตัดสินใจลงทุน และความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยระยะยาว จึงเสนอให้ภาครัฐกำหนดแนวทางสนับสนุนเพื่อกระตุ้นตลาดในประเทศและสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน

ข้อเสนอประกอบด้วยโครงการ Trade-in รถเก่าแลกรถใหม่ โดยเฉพาะรถกระบะ ควบคู่มาตรการสินเชื่อ การผ่อนปรนหลักเกณฑ์ และกลไกค้ำประกันสินเชื่อ รวมถึงทบทวนโครงสร้างภาษีสรรพสามิตเพื่อสร้างความเป็นธรรมระหว่างรถยนต์ที่ผลิตในประเทศกับรถยนต์นำเข้า ส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทย และพิจารณาการบังคับใช้มาตรฐาน Euro 6 ให้สอดคล้องกับภาวะตลาดและความพร้อมของผู้ประกอบการ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับนักลงทุนญี่ปุ่น ซึ่งมีบทบาทต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมาอย่างยาวนาน และยืนยันความมุ่งมั่นในการดูแลและสนับสนุนผู้ประกอบการญี่ปุ่นให้ดำเนินธุรกิจและลงทุนในไทยได้ต่อเนื่อง พร้อมประสาน ส.อ.ท. ผลักดันแนวทางเกี่ยวกับมาตรฐาน Euro 6 โครงสร้างภาษีสรรพสามิต และหลักเกณฑ์ Local Content ให้เหมาะกับสถานการณ์และทิศทางการลงทุน

เสนอปรับกฎจัดการกากอุตสาหกรรม

ส.อ.ท. เสนอข้อคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติกากอุตสาหกรรม 11 ประเด็น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกฎระเบียบ ลดภาระและความซ้ำซ้อน และยกระดับการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจ โดยเสนอพัฒนาระบบอนุญาตดิจิทัล (e-License) ผลักดันแนวทาง End of Waste เพื่อส่งเสริมการนำของเสียกลับมาเป็นวัตถุดิบทุติยภูมิ และสนับสนุนพื้นที่นำร่อง Sandbox มาบตาพุด เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยกับการใช้ประโยชน์จริงในภาคอุตสาหกรรม

รัฐมนตรีฯ เสนอให้ยกระดับระบบกำกับดูแลและกำหนดบทลงโทษให้เหมาะสม เพื่อป้องปรามการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม พร้อมหารือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) เรื่องการติดตามเส้นทางการเงินและการยึดหรืออายัดทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังสนับสนุนระบบอนุญาตดิจิทัลและการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ เช่น การใช้หินฝุ่นทดแทนทรายธรรมชาติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน

หารือประเด็นอุตสาหกรรมอื่น

ที่ประชุมหารือแนวทางขับเคลื่อนและแก้ข้อจำกัดในอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร การผลักดันโครงการ Buy Thai การพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมฮาลาลไทย การยกระดับการกำกับดูแลและขยายผล Made in Thailand (MiT) การเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทย ตลอดจนการปรับปรุงกฎหมายแร่และกระบวนการอนุญาต

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานและติดตามข้อเสนอร่วมกับ ส.อ.ท. ต่อเนื่อง พร้อมเปิดรับข้อสะท้อนจากภาคอุตสาหกรรมเกี่ยวกับปัญหากฎหมาย มาตรการส่งเสริม และกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อธุรกิจ เพื่อผลักดันการแก้ไขและพัฒนามาตรการสนับสนุนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม