HPE เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ ProLiant Gen13 ขับเคลื่อนด้วย AMD EPYC รองรับงาน AI องค์กร

HPE เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ ProLiant Gen13 รุ่นใหม่ 4 รุ่น ใช้โปรเซสเซอร์ AMD EPYC เจเนอเรชันที่ 6 พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยและการจัดการอัตโนมัติ รองรับงาน Agentic AI, Inference และเวิร์กโหลดระดับองค์กร
HPE ประกาศเปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen13 จำนวน 4 รุ่น ซึ่งขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ AMD EPYC™ เจเนอเรชันที่ 6 เพิ่มขีดความสามารถด้านการประมวลผล หน่วยความจำ และ I/O เพื่อรองรับ Agentic AI, Inference, Analytics, Virtualization, Simulation และ Modeling พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยและการจัดการสำหรับสภาพแวดล้อมไอทีแบบกระจายศูนย์ โดย HPE ระบุว่าผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ต่อยอดนวัตกรรมที่สั่งสมมากว่า 30 ปี
HPE อ้างผลสำรวจ 2026 AI Trust Maturity Survey ของ McKinsey ว่าเกือบ 2 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่าความกังวลด้านความปลอดภัยและความเสี่ยงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขยายการใช้งาน Agentic AI อย่างเต็มรูปแบบ[1] บริษัทระบุว่า ProLiant Gen13 ผสาน HPE iLO 8 สำหรับการป้องกันอัตโนมัติ และ HPE Compute Ops Management สำหรับการมองเห็นและควบคุมระบบ
คริสต้า แซตเทอร์ธเวต รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปฝ่าย Compute ของ HPE กล่าวว่า องค์กรต้องเปลี่ยนการลงทุนใน Agentic AI และ Inference ให้เป็นมูลค่าทางธุรกิจโดยไม่เพิ่มความซับซ้อนหรือความเสี่ยงในการดำเนินงาน โดย ProLiant Gen13 รวมประสิทธิภาพที่ปรับแต่งสำหรับเวิร์กโหลด ระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติ และการปฏิบัติการอัจฉริยะไว้ด้วยกัน
แดน แมคนามารา รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปฝ่าย Compute and Enterprise AI ของ AMD กล่าวว่า AMD และ HPE ทำงานร่วมกันมาหลายเจเนอเรชันของซีพียู EPYC และเซิร์ฟเวอร์ ProLiant โดยผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่นี้มุ่งส่งมอบประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า และความยืดหยุ่นสำหรับการขยายขีดความสามารถด้าน AI รวมถึงปรับปรุงเวิร์กโหลดสำคัญของธุรกิจ
เซิร์ฟเวอร์ 4 รุ่นสำหรับงานประมวลผลและ AI
HPE ProLiant DL585a Gen13 รองรับ PCIe GPU แบบ Double-wide สูงสุด 8 ตัว ใช้โปรเซสเซอร์ AMD EPYC เจเนอเรชันที่ 6 จำนวน 2 ตัว และเชื่อมต่อ PCIe Gen6 โดยออกแบบสำหรับงานที่ใช้ทรัพยากรสูง เช่น AI Inference, Virtualization, การปรับแต่งโมเดล Retrieval-Augmented Generation (RAG), Analytics และ Agentic AI
HPE ProLiant DL525 Gen13 เป็นเซิร์ฟเวอร์แบบ Single-socket ขนาด 1U ใช้โปรเซสเซอร์ AMD EPYC เจเนอเรชันที่ 6 จำนวน 1 ตัว รองรับสูงสุด 256 คอร์ มีหน่วยความจำ 16-channel รองรับ DDR5 และ MRDIMM พร้อมการเชื่อมต่อ PCIe Gen6 เหมาะกับงาน Data Throughput สูง เช่น Fraud detection, การประมวลผลข้อมูลตลาด, การสร้างแบบจำลองความเสี่ยงและราคา, EDA, Simulation และ AI Inference
สำหรับงาน Compute-intensive ขนาดใหญ่ HPE เปิดตัว HPE ProLiant XD245 Gen13 และ XD285 Gen13 ซึ่งพัฒนาบนมาตรฐาน Open Compute Project (OCP) โดยมุ่งเพิ่มความหนาแน่นของระบบ พร้อมการจ่ายพลังงานและระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพ รองรับงาน AI และ HPC ที่ใช้ข้อมูลจำนวนมาก
XD245 Gen13 ใช้ดีไซน์ Direct Liquid-cooled ขนาด 1OU รองรับสูงสุด 4 โหนด และโปรเซสเซอร์ AMD EPYC เจเนอเรชันที่ 6 สูงสุด 8 ตัว ส่วน XD285 Gen13 ใช้ดีไซน์ Air-cooled ขนาด 2OU รองรับสูงสุด 2 โหนด ทั้งสองรุ่นออกแบบมาสำหรับ Simulation ขนาดใหญ่ แบบจำลองการคำนวณซับซ้อน และชุดข้อมูลระดับแร็ค รวมถึงงาน CAE การสร้างแบบจำลองสภาพอากาศ การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และการสร้างแบบจำลองทางการเงิน
HPE ระบุว่าจะขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ ProLiant Gen13 ต่อไป เพื่อให้ครอบคลุมเวิร์กโหลด Mainstream Enterprise, Edge, Virtualization, Software-defined Infrastructure, ฐานข้อมูล และ AI
ระบบรักษาความปลอดภัยและการจัดการ
ProLiant Gen13 ใช้ HPE Integrated Lights-Out 8 (iLO 8) ร่วมกับ HPE Compute Ops Management เพื่อปกป้องข้อมูลและความสมบูรณ์ของระบบ ตลอดจนลดความซับซ้อนในการติดตั้งและดูแลเซิร์ฟเวอร์ตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์
HPE ระบุคุณสมบัติใหม่ที่เป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรม[2] ได้แก่ การเข้ารหัสไดรฟ์อัตโนมัติ (Auto-SED) เพื่อปกป้องข้อมูลที่จัดเก็บตั้งแต่การบูตครั้งแรกโดยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่มเติมหรือใช้ระบบจัดการคีย์ภายนอก, การอนุมัติแบบหลายบุคคล (Multi-person Authorization: MPA) ซึ่งกำหนดให้ผู้ใช้ 2 คนอนุมัติการดำเนินการสำคัญ เช่น Key Provisioning และ Secure Erase, การขยายการรองรับ Post-Quantum Cryptography (PQC) ไปถึงเส้นทางการสื่อสารของเซิร์ฟเวอร์ และการตรวจสอบส่วนประกอบระดับองค์กรบนพื้นฐาน Silicon Root of Trust ของ HPE
HPE Compute Ops Management เพิ่มความสามารถด้านการเริ่มใช้งานแบบ Low-touch การติดตามการปฏิบัติตามข้อกำหนด และข้อมูลการใช้พลังงานเกือบเรียลไทม์ HPE ระบุว่าองค์กรที่ใช้ระบบนี้ใช้เวลาจัดการเซิร์ฟเวอร์ลดลง 50% และได้ผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) สูงถึง 209% โดยตัวเลขดังกล่าวมาจากการศึกษาที่ Forrester Consulting จัดทำให้ HPE ในเดือนกันยายน 2026 และเป็นผลลัพธ์ครอบคลุมระยะเวลา 3 ปีสำหรับองค์กรแบบผสมผสานที่อ้างอิงข้อมูลจากลูกค้าที่ได้รับการสัมภาษณ์[3]
ผลทดสอบและความน่าเชื่อถือ
HPE ระบุว่าเซิร์ฟเวอร์ ProLiant แต่ละเจเนอเรชันผ่านการทดสอบมากกว่า 1,000 รายการ และตรวจสอบระบบนานกว่า 10,000 ชั่วโมง รวมถึงการทดสอบ Advanced Stress และ Corner-case testing บริษัทกล่าวว่าลูกค้าเลือกใช้ ProLiant ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดย 81% ระบุว่าประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้เป็นจุดต่างสำคัญจากคู่แข่ง และการแก้ไขปัญหาด้านซัพพอร์ตทำได้รวดเร็วกว่าถึง 2 เท่า ตามแบบสำรวจประสบการณ์ลูกค้า HPE ProLiant Servers UserEvidence เดือนตุลาคม 2025[4]
HPE ระบุเพิ่มเติมว่า HPE Tech Care Service ช่วยลด Unplanned Downtime ได้สูงสุด 97% โดยข้อมูลอ้างอิงจากรายงาน IDC BV Snapshot เดือนกันยายน 2026 ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดย HPE[5]
กำหนดวางจำหน่ายและเงื่อนไขทางการเงิน
HPE ProLiant DL525 Gen13 มีกำหนดวางจำหน่ายช่วงปลายปี 2569 ส่วน DL585a Gen13 มีกำหนดวางจำหน่ายช่วงต้นปี 2570 และ XD245 กับ XD285 Gen13 มีกำหนดวางจำหน่ายภายในปี 2570
เซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen13 ยังเข้าร่วมโครงการ 90/9 Advantage ของ HPE Financial Services โดยงดชำระเงินในช่วง 90 วันแรก จากนั้นผ่อนชำระ 9 เดือนด้วยอัตราดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน



