กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหว 33.30-33.70 บาท/ดอลลาร์ จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ และความเห็นประธานเฟด

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์วันที่ 12–16 ต.ค. 2569 เคลื่อนไหวในกรอบ 33.30-33.70 บาท/ดอลลาร์ โดยตลาดจับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ และความเห็นประธานเฟด ขณะที่เงินเฟ้อไทยเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 2.82% เมื่อเทียบกับปีก่อน
กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) คาดว่าเงินบาทสัปดาห์วันที่ 12–16 ต.ค. 2569 จะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.30-33.70 บาท/ดอลลาร์ โดยตลาดจับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนกันยายนและความเห็นของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
สัปดาห์ที่ผ่านมาเงินบาทปิดแข็งค่าเล็กน้อยที่ 33.53 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 33.51-33.70 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ แม้ตลาดดอกเบี้ยปรับลดคาดการณ์การคุมเข้มนโยบายของเฟด แรงหนุนเงินดอลลาร์มาจากปัจจัยลบในต่างประเทศ โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านการคลังและการเมืองในยูโรโซน และความผันผวนสูงของส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสกับเยอรมนี
รายงานการประชุมเฟดเปิดทางให้ขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม แต่ไม่ได้แสดงท่าทีเร่งรีบ โดยระบุว่าการตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนเป็นการบริหารความเสี่ยงบางส่วน กรณีอุปสงค์แข็งแกร่งเกินคาด หรือเงินเฟ้อจากด้านอุปทานยืดเยื้อมากกว่าที่ประเมินไว้ สัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 9,505 ล้านบาท และซื้อพันธบัตร 5,114 ล้านบาท
ทิศทางตลาดสัปดาห์นี้
กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์มองว่า ความแข็งแกร่งของเงินหยวนช่วยพยุงสกุลเงินในภูมิภาคเอเชียให้มีเสถียรภาพมากกว่าที่ควรภายใต้ภาวะดอลลาร์แข็งค่า หากเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนกันยายนไม่สูงกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ มีแนวโน้มว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้
ประธานเฟดมีกำหนดเข้าร่วมวงเสวนาในการประชุมประจำปีของ IMF ที่กรุงเทพฯ ซึ่งจะเป็นการแสดงความเห็นต่อสาธารณะครั้งแรกนับตั้งแต่การประชุม FOMC เดือนกันยายน ขณะเดียวกัน ความกังวลต่อต้นทุนจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานและต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในฝรั่งเศส จะยังจำกัดแรงขายเงินดอลลาร์ในระยะนี้
เงินเฟ้อและเศรษฐกิจไทย
ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทยเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 2.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากราคาพลังงานและอาหารที่สูงขึ้น โดยยังอยู่ในกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ 1-3% ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเพิ่มขึ้น 1.50% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่ายังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับขึ้นดอกเบี้ย และเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวราว 2.3% ในปีนี้ โดยมีการลงทุนเป็นปัจจัยสำคัญ ขณะที่เหตุการณ์น้ำท่วมจะส่งผลกระทบต่อจีดีพีบางส่วน สำหรับการส่งออก ธปท. มองว่ามีแนวโน้มขยายตัว 17-18% ในปีนี้ เทียบกับประมาณการเดิมที่ 14%
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คณะผู้บริหารธนาคารกรุงเทพร่วมวางพวงมาลาเนื่องในวันนวมินทรมหาราช 2569


