ฟินซิตี้.โตเกียวชวนธุรกิจไทยเชื่อมโอกาสการเงินดิจิทัลญี่ปุ่น-อาเซียน

ฟินซิตี้.โตเกียวระบุว่าพร้อมเชื่อมธุรกิจการเงินและฟินเทคไทยกับเครือข่ายในโตเกียว ทั้งด้านการลงทุน การจับคู่พันธมิตร และการพัฒนาบริการทางการเงิน โดยญี่ปุ่นมีความเคลื่อนไหวด้านสินทรัพย์ดิจิทัลและบล็อกเชนต่อเนื่อง
ฟินซิตี้.โตเกียว องค์กรส่งเสริมกรุงโตเกียวสู่การเป็นศูนย์กลางการเงินระดับโลก ระบุเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ว่าพร้อมเปิดโอกาสให้นักลงทุนและธุรกิจการเงินไทยเชื่อมโยงกับตลาดญี่ปุ่น ผ่านการกระจายการลงทุน การสร้างพันธมิตร และการพัฒนาธุรกิจร่วมกันเพื่อขยายสู่ตลาดอาเซียน
ฟินซิตี้.โตเกียวระบุว่า การเงินดิจิทัลของญี่ปุ่นกำลังเปิดโอกาสใหม่ ทั้งสินทรัพย์คริปโท สเตเบิลคอยน์สกุลเงินเยน เงินฝากรูปแบบโทเคน และหลักทรัพย์รูปแบบโทเคน โดยองค์กรมีแผนสนับสนุนความร่วมมือผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยกับเครือข่ายการเงินในโตเกียว
ภาคการเงินและเทคโนโลยีของญี่ปุ่นมีความก้าวหน้าด้านการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน สินทรัพย์ดิจิทัล บริการบนบล็อกเชน และโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน รวมถึงมีพื้นที่ทดสอบนวัตกรรมภายใต้การกำกับดูแล หรือ Regulatory Sandbox
ข่าวประชาสัมพันธ์ระบุว่า IMARC Group คาดการณ์ว่าตลาดฟินเทคญี่ปุ่นจะมีมูลค่า 33,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2577 ส่วน A.T. Kearney ประเมินว่าเศรษฐกิจ Web3 ของญี่ปุ่นจะขยายตัว 20 เท่า เป็น 2.4 ล้านล้านเยนในช่วงปี 2564–2570
นอกจากนี้ ธนาคารยักษ์ใหญ่ 3 แห่งของญี่ปุ่นมีแผนออกสเตเบิลคอยน์อิงค่าเงินเยนภายในเดือนมีนาคม 2570 และอยู่ระหว่างพิจารณาใช้บล็อกเชนในการชำระราคาหุ้นและพันธบัตรรัฐบาล โดยข่าวประชาสัมพันธ์ระบุว่าความเคลื่อนไหวนี้อาจเปิดทางให้เกิดความร่วมมือกับธุรกิจไทยด้านการชำระเงินข้ามพรมแดน เงินฝากรูปแบบโทเคน และผลิตภัณฑ์การลงทุนดิจิทัล
นายโทคิโอะ โมริตะ ผู้อำนวยการบริหาร ฟินซิตี้.โตเกียว กล่าวว่า ประเทศไทยมีความพร้อมที่จะเป็นพื้นที่สำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินยุคใหม่ในอาเซียน และการร่วมมือกับตลาดญี่ปุ่นจะช่วยเร่งการพัฒนานวัตกรรมให้ตอบโจทย์ภาคธุรกิจ นักลงทุน และผู้บริโภค
ฟินซิตี้.โตเกียวก่อตั้งขึ้นในปี 2562 จากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนของญี่ปุ่น ปัจจุบันมีองค์กรสมาชิกกว่า 50 แห่ง และทำหน้าที่เชื่อมโยงบริษัทต่างชาติเข้าสู่ตลาดการเงินโตเกียว รวมถึงให้ข้อมูลตลาด คำแนะนำในการดำเนินธุรกิจ และประสานงานเพื่อเข้าถึงโครงการสนับสนุน
หนึ่งในโครงการดังกล่าวคือ Attraction U Program ซึ่งสนับสนุนบริษัทจัดการกองทุนและธุรกิจฟินเทคต่างชาติด้านการจัดตั้งธุรกิจ การจับคู่พันธมิตร และเงินสนับสนุนสูงสุด 30 ล้านเยน ตามคุณสมบัติและเงื่อนไขที่กำหนด ส่วน Emerging Managers Program เชื่อมโยงผู้จัดการกองทุนหน้าใหม่ของญี่ปุ่นกับเจ้าของสินทรัพย์ในและต่างประเทศ
ข่าวประชาสัมพันธ์ระบุว่า ญี่ปุ่นมีสินทรัพย์ทางการเงินภาคครัวเรือนราว 15 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และตลาดหลักทรัพย์โตเกียวมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดประมาณ 7.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คณะผู้บริหารธนาคารกรุงเทพร่วมวางพวงมาลาเนื่องในวันนวมินทรมหาราช 2569


