ทิสโก้แนะเช็กสุขภาพการเงิน ออมอย่างน้อย 10% คุมหนี้ไม่เกิน 40% ของรายได้

ธนาคารทิสโก้แนะประเมินสุขภาพการเงินผ่าน 3 ตัวเลข ได้แก่ สัดส่วนการออม ภาระผ่อนหนี้ และเงินสำรองฉุกเฉิน ก่อนกำหนดเป้าหมายและวางแผนชีวิตหลังเกษียณ
ธนาคารทิสโก้ชวนคนไทยเช็กสุขภาพการเงินเนื่องในวันวางแผนการเงินโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 7 ตุลาคม 2569 โดยแนะนำให้ออมอย่างน้อย 10% ของรายได้ ควบคุมยอดผ่อนหนี้ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน และมีเงินสำรองฉุกเฉินสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น 3–6 เดือน
นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ CFP® Head of Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การประเมินสุขภาพการเงินควรพิจารณามากกว่าจำนวนเงินในบัญชีหรือเงินที่เหลือเก็บ แต่ควรดูภาระหนี้ เงินออม และเงินสำรองฉุกเฉินประกอบกัน ก่อนตัดสินใจลงทุน
ทิสโก้แนะนำให้ออมอย่างน้อยประมาณ 10% ของรายได้ และหากเพิ่มได้ถึง 20% ขึ้นไปจะช่วยเพิ่มความพร้อมสำหรับเป้าหมายระยะยาว ส่วนยอดผ่อนหนี้ทั้งหมดควรไม่เกินประมาณ 40% ของรายได้ต่อเดือน โดยการรักษาระดับไว้ที่ 20% หรือต่ำกว่าจะเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารกระแสเงินสด
สำหรับเงินสำรองฉุกเฉิน ควรมีเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็นอย่างน้อย 3–6 เดือน ส่วนผู้ที่มีบุคคลในครอบครัวต้องดูแลอาจเพิ่มเป็น 6–12 เดือน ธนาคารยังระบุว่าได้พัฒนาเครื่องมือ TISCO My Goal เพื่อช่วยวิเคราะห์สถานะการเงินและวางแผนสู่เป้าหมาย
หลังประเมินสถานะการเงินแล้ว ควรกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน ทั้งระยะเวลาและจำนวนเงินที่ต้องใช้ เช่น เป้าหมายหลังเกษียณ โดยพิจารณาอายุที่ต้องการเกษียณ เงินที่ต้องการมี เงินที่สะสมแล้ว และจำนวนเงินที่ยังต้องออมหรือลงทุนเพิ่ม
การวางแผนชีวิตหลังเกษียณควรครอบคลุม 4 มิติ ได้แก่ การเงิน สุขภาพ ที่อยู่อาศัย และการจัดการทรัพย์สิน เพื่อให้เงินและทรัพย์สินรองรับรูปแบบชีวิตที่ต้องการ รวมถึงเตรียมรับมือเรื่องสุขภาพและวางแผนการส่งต่อทรัพย์สินตามเจตนา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คณะผู้บริหารธนาคารกรุงเทพร่วมวางพวงมาลาเนื่องในวันนวมินทรมหาราช 2569


