วันอังคารที่ 13 ตุลาคม 2569
TheBiz
E-Newsletter
ข่าวด่วน
วานนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,582.22 จุด เพิ่มขึ้น5.77 จุด หรือ 0.37% มูลค่าการซื้อขาย 67,389.14 ล้านบาท สรุปสถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 1,261.20 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 401.17 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 2,491.60 ล้านบาท นักลงทุนทั่วไปในประเทศซื้อสุทธิ 829.24 ล้านบาท
เศรษฐกิจการเงิน

“วราวุธ” เดินหน้า MIND x FTI ประชุมร่วม ส.อ.ท. ทุก 2 เดือน เร่งปลดล็อกอุตสาหกรรมไทย ดัน MiT–Biofuel เพิ่มผลิตภาพ รับเกมแข่งขันโลก

โดย TheBizinside8 ต.ค. 25698 ผู้อ่าน
“วราวุธ” เดินหน้า MIND x FTI ประชุมร่วม ส.อ.ท. ทุก 2 เดือน เร่งปลดล็อกอุตสาหกรรมไทย ดัน MiT–Biofuel เพิ่มผลิตภาพ รับเกมแข่งขันโลก

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวในโอกาสร่วมประชุมระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรม กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (MIND x FTI) ว่า การทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม มีความสำคัญต่อการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเทคโนโลยี ต้นทุนการผลิต กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม และการแข่งขันจากต่างประเทศ

กระทรวงอุตสาหกรรมจึงพร้อมทำงานร่วมกับ ส.อ.ท. อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ข้อเสนอจากภาคเอกชนสามารถนำไปสู่การกำหนดแนวทาง มาตรการ และกลไกสนับสนุนที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการและสามารถนำไปใช้ได้จริง โดยการประชุม MIND x FTI จะจัดขึ้นเป็นระยะทุก 2 เดือน เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายติดตามปัญหา อุปสรรค และความคืบหน้าของมาตรการต่างๆ ได้อย่างใกล้ชิด

สำหรับประเด็นที่กระทรวงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมผลักดันกับ ส.อ.ท. ครอบคลุมการส่งเสริมการใช้สินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศ (Made in Thailand หรือ MiT) การส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) รวมถึงข้อเสนออื่นๆ จากภาคอุตสาหกรรม โดยบางประเด็นได้ถูกนำไปผลักดันต่อในที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งชาติ (กอช.) เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 แล้ว

นายวราวุธ กล่าวว่า การหารือระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมและ ส.อ.ท. ไม่ได้มุ่งเพียงรับทราบปัญหาหรือข้อเสนอของภาคเอกชน แต่ต้องร่วมกันทบทวนสิ่งที่ดำเนินการไปแล้ว ประเมินอุปสรรคที่ยังเหลืออยู่ และกำหนดแนวทางในระยะต่อไปให้มีความชัดเจน เพื่อให้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมเกิดผลเป็นรูปธรรม

โดยเป้าหมายสำคัญคือการลดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพของภาคอุตสาหกรรม ยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวและแข่งขันได้ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมโลก

นายวราวุธ กล่าวว่า หากภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมทำงานบนพื้นฐานของความเข้าใจและมีเป้าหมายเดียวกัน จะสามารถเปลี่ยนข้อเสนอและความร่วมมือให้เป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ และร่วมกันยกระดับศักยภาพ สร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง