วันอังคารที่ 13 ตุลาคม 2569
TheBiz
E-Newsletter
ข่าวด่วน
วานนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,582.22 จุด เพิ่มขึ้น5.77 จุด หรือ 0.37% มูลค่าการซื้อขาย 67,389.14 ล้านบาท สรุปสถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 1,261.20 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 401.17 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 2,491.60 ล้านบาท นักลงทุนทั่วไปในประเทศซื้อสุทธิ 829.24 ล้านบาท
เศรษฐกิจการเงิน

10 สมาคมเหล็กเสนอเร่ง มอก. เหล็กเส้น–โครงสร้างสำเร็จรูป

โดย thebizinside26 ก.ย. 25697 ผู้อ่าน
10 สมาคมเหล็กเสนอเร่ง มอก. เหล็กเส้น–โครงสร้างสำเร็จรูป

10 สมาคมเหล็กเข้าพบกระทรวงอุตสาหกรรมและ สมอ. ชื่นชมการตรวจเข้ม พร้อมเสนอเร่งมาตรฐานเหล็กเส้น–โครงสร้างสำเร็จรูป หลังนำเข้า Pre-Fabricated Steel เพิ่มขึ้นแต่ยังไร้มาตรฐานครอบคลุม

10 สมาคมเหล็กพบ “อุตสาหกรรม-สมอ.”

ชื่นชมปราบเหล็กไม่ได้มาตรฐาน เร่ง มอก.เหล็กเส้น-โครงสร้างสำเร็จรูป

10 สมาคมเหล็กไทยเข้าพบกระทรวงอุตสาหกรรม - สมอ. รายงานสถานการณ์อุตสาหกรรมเหล็ก

ชื่นชมการตรวจเข้มมาตรฐานเหล็ก พร้อมเสนอเร่ง มอก.เหล็กเส้นและโครงสร้างเหล็กสำเร็จรูป

ห่วงนำเข้า Pre-Fabricated Steel เพิ่มขึ้น แต่ยังไม่มีมาตรฐานควบคุม ย้ำต้องคุมคุณภาพเพื่อความปลอดภัยประชาชน

เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2569 นายนาวา จันทนสุรคน แกนนำพร้อมผู้บริหาร 10 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็ก เข้าพบผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม นำโดยนายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และนายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อหารือสถานการณ์อุตสาหกรรมเหล็กทั้งในและต่างประเทศ ติดตามความคืบหน้ามาตรฐานผลิตภัณฑ์เหล็ก การตรวจสอบสินค้าเหล็ก รวมถึงข้อเสนอแนะจาก 10 สมาคมเหล็ก

10 สมาคมฯ ที่เข้าร่วมหารือ ประกอบด้วย สมาคมโลหะไทย สมาคมเหล็กแผ่นรีดร้อนไทย สมาคมเหล็กแผ่นรีดเย็นไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี สมาคมผู้ผลิตท่อโลหะและแปรรูปเหล็กแผ่น สมาคมเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน สมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์คไฟฟ้า สมาคมพัฒนาสแตนเลสไทย สมาคมการชุบสังกะสีไทย และสมาคมหลังคาเหล็กไทย

นายนาวากล่าวว่า การหารือครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์อุตสาหกรรมเหล็ก ตลอดจนติดตามมาตรการด้านมาตรฐาน การตรวจสอบ และการควบคุมสินค้าเหล็ก

ชื่นชมตรวจเข้ม เหล็กตกมาตรฐาน

10 สมาคมฯ กล่าวขอบคุณและชื่นชมกระทรวงอุตสาหกรรมและ สมอ. ที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าเหล็กจากโรงงานผลิต รวมถึงการสุ่มตรวจเหล็กที่วางจำหน่ายในท้องตลาด เพื่อให้สินค้าเป็นไปตามมาตรฐานและสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชน

นายนาวากล่าวว่า การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเท่าเทียม ไม่เพียงช่วยคุ้มครองผู้บริโภค แต่ยังสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ประกอบการที่ลงทุนและดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานอาจสร้างความเสียหายทั้งต่อผู้บริโภคและการแข่งขันในตลาด

เร่ง มอก.เหล็กเส้น-โครงสร้างสำเร็จรูป

สำหรับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม 10 สมาคมฯ เสนอให้ สมอ. เร่งปรับปรุงและกำหนดมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต ทั้งเหล็กเส้นข้ออ้อยและเหล็กเส้นกลม รวมถึงเหล็กโครงสร้างสำเร็จรูป เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในงานก่อสร้างมีคุณภาพเป็นไปตามหลักวิศวกรรม และความปลอดภัย

นายนาวากล่าวว่า มาตรฐานสินค้าเหล็กต้องไม่ยอมให้มีการย่อหย่อน เพียงเพราะผู้ประกอบการบางรายต้องการลดต้นทุนการผลิต เนื่องจากเหล็กเป็นวัสดุสำคัญในอาคาร บ้าน โรงพยาบาล โรงเรียน และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ จึงเกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน “การกำหนดหรือปรับปรุง มอก. มีกระบวนการตามกฎหมาย รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียและประชาชน แต่ในท้ายที่สุด คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) และกระทรวงอุตสาหกรรม ต้องกล้าตัดสินใจโดยตั้งอยู่บนข้อมูลทางวิชาการจากผู้เชี่ยวชาญ และยึดความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก” นายนาวากล่าว

ห่วงนำเข้า Pre-Fabricated Steel เพิ่ม แต่ มอก. ยังไม่ครอบคลุม

อีกประเด็นที่ 10 สมาคมฯ แสดงความเป็นห่วง คือ การนำเข้าโครงสร้างเหล็กสำเร็จรูป หรือ Pre-Fabricated Steel จากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะโครงสร้างบ้าน อาคาร และชิ้นส่วนโครงสร้างต่างๆ ขณะที่ปัจจุบันยังไม่มีมาตรฐาน มอก. ที่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์โครงสร้างสำเร็จรูปดังกล่าว

นายนาวากล่าวว่า เรื่องนี้ควรได้รับการเร่งรัด เพราะโครงสร้างสำเร็จรูปเกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยของอาคาร โดยหนึ่งชุดอาจประกอบด้วยวัสดุหลายประเภท ทั้งเหล็กแผ่น ท่อเหล็ก เหล็กเส้น และเหล็กโครงสร้าง หากไม่มีข้อกำหนดด้านมาตรฐานที่ชัดเจน จะทำให้ไร้การควบคุมคุณภาพของวัสดุ จึงเสนอให้กระทรวงอุตสาหกรรมและ สมอ. เร่งพิจารณาจัดทำมาตรฐาน มอก. สำหรับโครงสร้างเหล็กสำเร็จรูป การเร่งกำหนดมาตรฐานจะช่วยยกระดับคุณภาพสินค้า และป้องกันไม่ให้สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานเข้ามาใช้ในประเทศไทย โดยควรดำเนินการควบคู่กับระบบตรวจสอบย้อนกลับและการตรวจสอบสินค้านำเข้าอย่างเข้มงวด

จับตาเหล็กนำเข้า-เดินหน้าตรวจสอบ

ขณะเดียวกัน 10 สมาคมฯ ชื่นชมการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงอุตสาหกรรม สมอ. และกรมศุลกากร ในการตรวจสอบสินค้าเหล็กและดำเนินการกับกรณีที่พบการกระทำผิดเกี่ยวกับการนำเข้า โดยเห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังจะสร้างความเชื่อมั่นและความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องด้วย โดย 10 สมาคมฯ พร้อมให้ความร่วมมือโดยจะเดินหน้าให้ความรู้แก่ผู้บริโภคในการเลือกใช้เหล็กให้เหมาะสมกับลักษณะงานก่อสร้าง พร้อมสนับสนุนการตรวจสอบย้อนกลับ การสุ่มตรวจสินค้าในท้องตลาด และการเปิดเผยผลการตรวจสอบต่อสาธารณะ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและความปลอดภัย

คาดปี 69 ใช้เหล็ก 18.8 ล้านตัน

สำหรับแนวโน้มตลาด นายนาวาคาดการณ์ว่า ปี 2569 ประเทศไทยจะมีความต้องการใช้เหล็กราว 18.8 ล้านตัน เพิ่มขึ้นประมาณ 5% จากปีก่อน ขณะที่ผู้ผลิตเหล็กในประเทศมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 35% หรือราว 8.1 ล้านตัน ส่วนที่เหลือเป็นการนำเข้า ซึ่งมีปริมาณมากกว่า 12 ล้านตัน

นายนาวากล่าวว่า ประเทศไทยควรมีทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กที่ชัดเจน โดยภาครัฐและเอกชนร่วมกันยกระดับมาตรฐานสินค้า และส่งเสริมนวัตกรรม “อุตสาหกรรมเหล็กเป็นอุตสาหกรรมพื้นฐาน หรือ Backbone ของภาคอุตสาหกรรมต่อเนื่อง การพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กจึงต้องเดินไปพร้อมกันทั้งด้านความสามารถในการแข่งขัน สิ่งแวดล้อม คุณภาพ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ต้องสร้างความเชื่อมั่นได้จริง และการบังคับใช้กฎหมายต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ”