ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดน้ำท่วมปี 2569 สร้างความเสียหายต่อข้าวนาปี 12,000 ล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินน้ำท่วมช่วง 25 ก.ย.-14 ต.ค. 2569 อาจสร้างความเสียหายต่อผลผลิตข้าวนาปีราว 12,000 ล้านบาท หรือ 0.06% ของ GDP คาดพื้นที่ข้าวเสียหายประมาณ 1.5 ล้านไร่
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า น้ำท่วมช่วงวันที่ 25 ก.ย.-14 ต.ค. 2569 อาจสร้างความเสียหายต่อผลผลิตข้าวนาปีราว 12,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.06% ของ GDP โดยคาดว่าพื้นที่ข้าวเสียหายประมาณ 1.5 ล้านไร่ คิดเป็น 2.5% ของพื้นที่ปลูกข้าวนาปีทั้งประเทศ และราว 19% ของพื้นที่ปลูกข้าวนาปีในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา
น้ำท่วมกระทบแหล่งปลูกข้าว
ช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 น้ำท่วมครอบคลุม 26 จังหวัด รวมกรุงเทพฯ และปริมณฑล หลังฝนตกต่อเนื่องนานกว่า 30 ชั่วโมงจากสภาพอากาศแปรปรวน ทำให้ปริมาณฝนสะสมสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติในช่วงเดียวกัน 4 เท่า พื้นที่ปลูกข้าวหลักบางส่วนได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำแถบลุ่มน้ำเจ้าพระยา บางปะกง และแม่กลอง ซึ่งมีปริมาณฝนสะสมอยู่ในเกณฑ์หนักมากถึงวิกฤติ เช่น ระยอง 289 มม. ฉะเชิงเทรา 270 มม. กาญจนบุรี 238 มม. อยุธยา 150 มม. และพิษณุโลก 150 มม. ส่วนค่าเฉลี่ยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาอยู่ที่ 200 มม.
ผลกระทบเกิดขึ้นในช่วงที่ข้าวนาปีกำลังทยอยเก็บเกี่ยว และความเสียหายอาจเพิ่มขึ้นเนื่องจากสถานการณ์ยังไม่ยุติ โดยต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักระลอกใหม่ช่วงวันที่ 5-7 ต.ค. และ 11-14 ต.ค. รวมถึงมวลน้ำเหนือและน้ำทะเลหนุน การเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาอาจทำให้ระดับน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ 11 จังหวัดซึ่งเป็นแหล่งปลูกข้าวสำคัญในภาคกลางเพิ่มขึ้นอีกราว 40-70 เซนติเมตร ตัวอย่างจังหวัด ได้แก่ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา ลพบุรี สุพรรณบุรี และนครปฐม
ผลต่อราคาข้าว
ความเสียหายต่อพื้นที่น้ำท่วมหลักในภาคกลางอาจส่งผลให้ราคาข้าวปรับสูงขึ้นราว 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้พื้นที่ปลูกข้าวนาปีส่วนใหญ่ของประเทศอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 61% ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมน้อยกว่าภาคกลางที่มีสัดส่วน 14% ทั้งนี้ โดยรวมระยะเวลาน้ำท่วมแช่ขังไม่นานนัก และระดับน้ำแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คณะผู้บริหารธนาคารกรุงเทพร่วมวางพวงมาลาเนื่องในวันนวมินทรมหาราช 2569


