วันอังคารที่ 13 ตุลาคม 2569
TheBiz
E-Newsletter
ข่าวด่วน
วานนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,582.22 จุด เพิ่มขึ้น5.77 จุด หรือ 0.37% มูลค่าการซื้อขาย 67,389.14 ล้านบาท สรุปสถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 1,261.20 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 401.17 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 2,491.60 ล้านบาท นักลงทุนทั่วไปในประเทศซื้อสุทธิ 829.24 ล้านบาท
เศรษฐกิจการเงิน

“TSFC” ฉลองครบรอบ 30 ปี แห่งการเสริมความแข็งแกร่งให้ตลาดทุนไทย

โดย โชดก เลิศอักษรไพบูลย์12 ก.ย. 25699 ผู้อ่าน
“TSFC” ฉลองครบรอบ 30 ปี แห่งการเสริมความแข็งแกร่งให้ตลาดทุนไทย

พร้อมประกาศยุทธศาสตร์ทศวรรษที่ 4 ยกระดับสู่ “พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านสินเชื่อ” เชื่อมโอกาสทางการเงินและร่วมขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดทุนไทย

“บริษัทหลักทรัพย์ เพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ หรือ TSFC” ประกาศทิศทางยุทธศาสตร์ในวาระครบรอบ 30 ปี มุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญในทศวรรษที่ 4 ยกระดับบทบาทจากสถาบันการเงินเฉพาะทางสู่การเป็น “พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ด้านสินเชื่อ (Strategic Financing Partner)” ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและข้อมูล เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจการลงทุนและบริการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ยุคใหม่ของไทยเพื่อความยั่งยืน พร้อมเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน และร่วมสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของตลาดทุนไทย

นายอุดมการ อุดมทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ TSFC เปิดเผยในโอกาสครบรอบ 30 ปีของบริษัทฯ ว่า TSFC ได้เตรียมพร้อมสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญเพื่อก้าวสู่ทศวรรษที่ 4 ในการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านสินเชื่อที่มีบทบาทมากขึ้นและขับเคลื่อนโดยการศึกษาการนำเทคโนโลยี การวิเคราะห์ข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมรองรับธุรกิจการลงทุนและการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ยุคใหม่

ท่ามกลางบริบทตลาดทุนโลกและไทยที่กำลังถูกเปลี่ยนผ่านด้วย AI แพลตฟอร์มดิจิทัล ผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ กระแสเงินทุนข้ามพรมแดน และพฤติกรรมของนักลงทุนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

สำหรับทิศทางและยุทธศาสตร์การเติบโตในอนาคต TSFC มุ่งเน้นการดำเนินงานผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ประกอบด้วย

1.) การขยายโซลูชันสินเชื่อและหลักประกันประเภทใหม่: เพิ่มความยืดหยุ่นด้วยการขยายประเภทหลักประกันจากหุ้นจดทะเบียนให้ครอบคลุมตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Depositary Receipts: DRs) พร้อมทั้งศึกษาแนวทางการรับหลักทรัพย์ประเภทอื่น เช่น หุ้นกู้ (Debentures) เป็นหลักประกัน ภายใต้กลักเกณฑ์และกรอบการบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวดและรัดกุมของบริษัทฯ 2.) การรุกตลาด Private Wealth Financing: ศึกษาและพัฒนาแนวทางการการให้สินเชื่อที่มีหลักทรัพย์เป็นหลักประกัน (Securities-backed Lending Solutions) ร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านการบริหารสภาพคล่องให้แก่ผู้ลงทุนรายใหญ่ (High-Net-Worth) และรองรับการเติบโตของธุรกิจ Wealth Management ในประเทศไทย 3.) การยกระดับองค์กรด้วย Technology, Data & AI: เดินหน้าพัฒนาในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) เพื่อสนับสนุนการประเมินความเสี่ยง การติดตามและการบริหารพอร์ตหลักประกัน ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการตัดสินใจ และขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ

กรรมการผู้จัดการ TSFC กล่าวอีกว่า ด้วยรากฐานความสำเร็จตลอด 30 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2539 ในฐานะสถาบันสินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ (Securities Finance Corporation: SFC) เฉพาะทางของประเทศไทย ด้วยพันธกิจที่ชัดเจนในการสนับสนุนแหล่งเงินทุนให้แก่อุตสาหกรรมหลักทรัพย์ และเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่สนับสนุนการทำงานของตลาดทุนไทย โดยได้ทำหน้าที่เป็น “จุดเชื่อมต่อสำคัญ" ของตลาดทุนไทยระหว่างสภาพคล่อง ความเชื่อมั่น และโอกาสทางการเงิน ผ่านการพิสูจน์บทบาทท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจในหลายช่วงเวลา นับตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 เรื่อยมาจนถึงความผันผวนในยุคปัจจุบัน

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 3 ทศวรรษของ TSFC ไม่ได้เกิดจากการเติบโตเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเติบโตภายใต้วินัยด้านความเสี่ยง ซึ่งสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกทางเศรษฐกิจและผลการดำเนินงานที่โดดเด่นอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่

การอัดฉีดสภาพคล่องสู่ระบบ: สนับสนุนสินเชื่อและเงินทุนสะสมแก่ตลาดทุนไทยมากกว่า 100,000 ล้านบาท

เคียงข้างพันธมิตร: ให้การสนับสนุนบริษัทหลักทรัพย์ไทยมากกว่า 20 บริษัท สร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน: ทำกำไรจากการดำเนินงานสะสมรวมกว่า 2,600 ล้านบาท และจ่ายเงินปันผลและให้ผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นกว่า 1,400 ล้านบาท มีวินัยการบริหารความเสี่ยง: สามารถรักษาระดับหนี้เสีย (NPL) ให้ต่ำกว่า 0.5% ติดต่อกันยาวนานกว่า 15 ปี สะท้อนวัฒนธรรม

การบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวดอย่างเป็นระบบตั้งแต่การพิจารณาเครดิต การติดตามและประเมินมูลค่าหลักประกันรายวัน การควบคุมการกระจุกตัว ตลอดจนการบริหารสภาพคล่อง และได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กร: ที่ระดับ BBB (Investment Grade) มีแนวโน้ม Stable ช่วยเสริมความเชื่อมั่นแก่ผู้ให้เงินทุน คู่ค้า และผู้มีส่วนร่วมในตลาด

“จากฐานความแข็งแกร่งของ TSFC ที่สั่งสมมาตลอด 30 ปี และกำลังก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 4 เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการรักษาสิ่งที่สร้างมา เราต้องการต่อยอดให้ก้าวไปไกลกว่าเดิมด้วยการเสริมสร้างเสถียรภาพ เปลี่ยนความผันผวนเป็นโอกาส และร่วมกำหนดทิศทางใหม่ของตลาดทุนไทย ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ตัวเลขและความสำเร็จเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า TSFC ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ช่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุนไทยสามารถรับมือและผ่านพ้นความผันผวนมาได้ และด้วยวินัยทางการเงิน งบดุลที่แข็งแกร่ง และเทคโนโลยีที่เรากำลังเร่งพัฒนา TSFC พร้อมทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดทุนไทยอย่างยั่งยืน” นายอุดมการ กล่าว