แมริออทเผยเทรนด์อาหารเอเชียแปซิฟิก ชูรสชาติท้องถิ่นและพื้นที่สังสรรค์

รายงาน Future of Food 2027 ของแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่าอาหารท้องถิ่นเป็นเทรนด์เด่น โดยโรงแรมที่สำรวจ 95% ชี้ว่าความต้องการเมนูจานเด่นประจำท้องถิ่นเพิ่มขึ้น ขณะที่การรับประทานอาหารขยายจากร้านแบบดั้งเดิมสู่พื้นที่ที่ยืดหยุ่นและเน้นการเข้าสังคม
แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เผยรายงาน Future of Food 2027 ซึ่งสำรวจแนวโน้มอาหารและเครื่องดื่มในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ไม่รวมประเทศจีน โดยอาศัยการพูดคุยกับเชฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริการ และผู้มีอิทธิพลในวงการอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงข้อมูลจากโรงแรมในเครือ รายงานชี้ว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับท้องถิ่น ขณะเดียวกันการรับประทานอาหารกำลังขยายจากร้านอาหารแบบดั้งเดิมไปสู่พื้นที่ยืดหยุ่นและเน้นการเข้าสังคม
โรงแรมที่เข้าร่วมการสำรวจ 95% ระบุว่าความต้องการอาหารจานเด่นประจำท้องถิ่นเป็นเทรนด์สำคัญที่สุดในตลาดของตน แขกยังรวมตัวกันตามบาร์ เลานจ์ เคาน์เตอร์ และพื้นที่ต่าง ๆ ทำให้โรงแรมมีบทบาทเป็นศูนย์กลางทางสังคมและวัฒนธรรม
ปีเตอร์ ราบา (Petr Raba) รองประธานฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ไม่รวมประเทศจีน ของแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า ภูมิภาคกำลังเปลี่ยนไปสู่ประสบการณ์ที่อบอุ่นและมีรากฐานจากท้องถิ่น โดยพื้นที่ขนาดเล็กที่ออกแบบอย่างตั้งใจเข้ามาแทนรูปแบบการรับประทานอาหารทางการ โรงแรมจึงนำเชฟท้องถิ่น วัตถุดิบจากพื้นที่ และเรื่องราวทางวัฒนธรรมมาสร้างประสบการณ์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละสถานที่
พื้นที่รับประทานอาหารยืดหยุ่นขึ้น
เกือบครึ่งหนึ่งของโรงแรมที่สำรวจรายงานว่าความต้องการสถานที่แบบลำลอง เช่น เลานจ์ บาร์ และพื้นที่กลางแจ้ง เพิ่มขึ้น ขณะที่แนวคิดใหม่หันมาใช้พื้นที่ขนาดกะทัดรัด 40-60 ที่นั่ง ในเวียดนาม โรงแรมที่สำรวจ 71% รายงานว่าการรับประทานอาหารในโซนบาร์และเลานจ์เติบโตขึ้น
เทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI สนับสนุนงานตั้งแต่การพัฒนาเมนูและการตลาด ไปจนถึงการจัดสรรพนักงานและการวิเคราะห์ข้อมูลแขก ร้านอาหารและบาร์ที่สำรวจในประเทศไทย 100% ระบุว่าใช้ AI ในการดำเนินงาน
วัตถุดิบและเรื่องราวจากท้องถิ่น
โรงแรม 4 ใน 5 แห่งนำวัตถุดิบท้องถิ่นชนิดใหม่มาใช้ในช่วงปีที่ผ่านมา ตัวอย่างได้แก่ผักจากเกียวโต เกลือทะเลกำปอดในเมนูที่ได้แรงบันดาลใจจากกัมพูชา และเครื่องเทศพื้นเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ เกือบ 75% ระบุว่าใช้วัตถุดิบท้องถิ่นในเมนูเครื่องดื่มมากขึ้น
ตัวอย่างหนึ่งคือเมนูเป็ด Wagin ที่ห้องอาหาร Hearth ในโรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เมืองเพิร์ท ซึ่งนำเสนอผลผลิตท้องถิ่นของออสเตรเลียตะวันตกและแนวทางการใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลของห้องอาหาร ความต้องการอาหารท้องถิ่นยังเด่นชัดในอินเดียและอินโดนีเซีย โดยอยู่ที่ 71% และ 67% ตามลำดับ
ไฟน์ไดนิ่งใช้เวลาสั้นลง
รายงานระบุว่าไฟน์ไดนิ่งกำลังปรับรูปแบบจากเมนูชิมมากกว่า 10 คอร์สที่ใช้เวลาราว 4 ชั่วโมง ไปสู่มื้ออาหาร 4-5 คอร์สที่ใช้เวลาต่ำกว่า 2 ชั่วโมง โรงแรม 58% รายงานว่ามื้อไฟน์ไดนิ่งใช้เวลาเฉลี่ย 1.5-2 ชั่วโมง ส่วนร้านอาหารในสิงคโปร์ 85% ระบุว่าใช้เวลาเฉลี่ย 1.5 ชั่วโมง
ร้านอาหารปรับเมนูให้กระชับ เพิ่มทางเลือกอะลาคาร์ท และให้ความสำคัญกับช่วงเวลาที่โดดเด่นมากกว่าจำนวนคอร์ส ในเกาหลีใต้ ร้านอาหาร 1 ใน 5 แห่งลดจำนวนคอร์สแล้ว ขณะที่ร้านไฟน์ไดนิ่งในฟิลิปปินส์ 30% เพิ่มเมนูอะลาคาร์ท ส่วนในออสเตรเลียมีทั้งการลดจำนวนคอร์สและลดเวลาบริการ
สุขภาพ เมนูเน้นพืช และเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์
โรงแรมแมริออทที่สำรวจในเอเชียแปซิฟิก ไม่รวมประเทศจีน 97% เสิร์ฟอาหารที่เชื่อมโยงกับสุขภาพและการมีอายุยืนยาว แนวโน้มสุขภาพยังขยายไปถึงมินิบาร์ทางเลือกเพื่อสุขภาพและบริการเตรียมห้องนอนก่อนนอนเพื่อส่งเสริมการพักผ่อน
เมนูอาหารมีความหลากหลายด้านประสาทสัมผัสมากขึ้น โดยเนื้อสัมผัสมีความสำคัญควบคู่กับรสชาติ ขณะเดียวกันการรับประทานอาหารที่เน้นพืชเติบโตขึ้น แมริออทเตรียมเปิดตัวโครงการ APEC Plant-Forward Program ทั่วภูมิภาคในปี 2570 เพื่อบูรณาการอาหารที่เน้นพืชเข้ากับการดำเนินงานอย่างถาวร
ด้านเครื่องดื่ม ร้านอาหารและบาร์ของแมริออทที่สำรวจในภูมิภาค 42% รายงานว่ายอดขายเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น โดยผู้บริโภคมองหาทางเลือกตั้งแต่เครื่องดื่มพรีเมียมไปจนถึงเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่จับคู่กับมื้ออาหาร
รายงานมองว่าโรงแรมและร้านอาหารที่จะเติบโตในปี 2570 คือผู้ที่เข้าใจวัตถุดิบ วัฒนธรรม และผู้คนในพื้นที่ แล้วนำมาต่อยอดเป็นประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์ โดยใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการบริการและเชื่อมโยงแขกเข้ากับจุดหมายปลายทางและอาหาร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดตัว “เคเอฟซี สยามเซ็นเตอร์” สาขาต้นแบบแห่งแรกในประเทศไทย


